There's No Speed Limit: มาตรฐานของโลกต่ำกว่าที่คุณคิด
บทเรียนจาก Derek Sivers เรื่องการเรียนรู้
TL;DR
Derek Sivers เล่าว่าตอนอายุ 17 เขาเจอ mentor ชื่อ Kimo Williams ที่สอนเขาว่าความเร็วมาตรฐานของโลกต่ำกว่าที่คิดมาก Kimo สอนทฤษฎีดนตรี 6 เทอมให้ Sivers ใน 5 บทเรียน ผลลัพธ์คือ Sivers เรียนจบปริญญาตรีตอนอายุ 20 ใน 2.5 ปี บทเรียนที่ติดตัวไปคือความเร็วมาตรฐานถูกออกแบบมาสำหรับคนทั่วไป ถ้าคุณอยากเร็วกว่านั้น คุณก็ทำได้ Mentor ที่ดีคือคนที่ยกระดับความคาดหวังของคุณ
Derek Sivers ผู้ก่อตั้ง CD Baby เล่าเรื่องที่เปลี่ยนชีวิตเขา
ตอนอายุ 17 เขาเจอ mentor ชื่อ Kimo Williams ซึ่งเป็นคนที่สอนเขาว่าความเร็วมาตรฐานของโลกต่ำกว่าที่เขาคิดมาก
เรื่องเล่า
Sivers อยากเรียนดนตรีก่อนเข้ามหาวิทยาลัย
Kimo เป็นศิษย์เก่า Berklee ที่เปิด studio
เขาเสนอว่า: "ผมจะสอนทฤษฎีดนตรีหลายปีให้เธอในไม่กี่บทเรียน และฟรีด้วย"
ฟังดูเหลือเชื่อใช่ไหม?
วิธีการสอน
Kimo ใช้วิธีสอนแบบ high-intensity:
- ให้ Sivers อยู่ในสภาพเหนือหัวตลอดเวลา
- เรียกร้องให้เชี่ยวชาญเร็ว
- 5 บทเรียนเท่ากับ 6 เทอมของมหาวิทยาลัย
ผลลัพธ์ล่ะ?
- Sivers test out วิชาหลายตัวได้
- เรียนจบ Bachelor's degree ใน 2.5 ปี
- ตอนอายุ 20
บทเรียนที่ติดตัว
สิ่งที่ Sivers เรียนรู้ไม่ใช่แค่ดนตรีนะ
แต่เป็นหลักการที่ว่า:
"The standard pace is for chumps"
ความเร็วมาตรฐานถูกออกแบบมาสำหรับคนทั่วไป
ถ้าคุณมีแรงขับเคลื่อนมากกว่านั้น คุณก็ทำได้เร็วกว่านั้นมาก ไม่มีกฎห้ามไว้
ระบบการศึกษา
Sivers ชี้ให้เห็นว่าระบบการศึกษาถูกออกแบบมาสำหรับค่าเฉลี่ย
ลองคิดดูสิ:
- 4 ปีเรียนปริญญาตรี ทำไมต้อง 4?
- 1 เทอมต่อวิชา ทำไมต้อง 1?
ไม่มีกฎธรรมชาติที่บอกว่าต้องใช้เวลาเท่านี้หรอกนะ มันแค่เป็น convention ที่ออกแบบมาสำหรับคนส่วนใหญ่
แล้วถ้าคุณไม่ใช่คนส่วนใหญ่ล่ะ?
Mentor ที่ยกระดับความคาดหวัง
สิ่งที่ Kimo ทำที่สำคัญที่สุดคือ: ยกระดับความคาดหวังของ Sivers
ก่อนหน้านี้ Sivers คิดว่าเรียนทฤษฎีดนตรีต้องใช้เวลาหลายปี หลังจากเจอ Kimo เขาก็รู้ว่าไม่ใช่
Mentor ที่ดีไม่ใช่แค่สอนความรู้นะ แต่เปลี่ยนมุมมองว่าอะไรเป็นไปได้ด้วย
บริบทไทย
ในไทยเรามักถูกสอนให้เคารพระบบและเวลาที่กำหนด
- เรียน 4 ปี
- ทำงาน 8 ชั่วโมง
- เลื่อนขั้นตามอายุงาน
แต่ถ้าคุณสังเกตคนที่ประสบความสำเร็จมากๆ พวกเขาไม่ได้ทำตาม timeline มาตรฐานหรอก
พวกเขาถามว่า: "ทำไมต้องใช้เวลานานขนาดนั้น?"
ลองคิดดูว่าในไทยมีกี่คนที่ทำธุรกิจสำเร็จตอนอายุน้อย มีกี่คนที่เรียนจบเร็วกว่ากำหนด มีกี่คนที่ไม่ได้รอคิวแต่สร้างทางของตัวเอง
พวกเขาไม่ได้มีพรสวรรค์พิเศษอะไรหรอก แค่ไม่ยอมรับว่าความเร็วมาตรฐานเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
วิธีนำไปใช้
- ถามคำถามว่า "ทำไมต้องนาน?" ทุกครั้งที่เจอ timeline
- หา mentor ที่คาดหวังสูง คนที่เชื่อว่าคุณทำได้มากกว่า
- ทดลองเร็วขึ้น ลองทำในครึ่งเวลาดูก่อน ถ้าไม่ได้ค่อยขยายเวลาทีหลัง
สรุป
ความเร็วมาตรฐานของโลกถูกออกแบบมาสำหรับคนทั่วไป
ถ้าคุณไม่ใช่คนทั่วไป คุณก็ไม่ต้องทำตามมัน
Mentor ที่ดีคือคนที่ยกระดับความคาดหวังของคุณ
สิ่งที่ Kimo ทำให้ Sivers ไม่ใช่แค่สอนดนตรี แต่เปลี่ยนชีวิตทั้งชีวิตของเขาเลย เพราะหลังจากนั้น Sivers ก็ไม่เคยยอมรับ timeline มาตรฐานอีกเลย
แล้วคุณล่ะ ยอมรับความเร็วมาตรฐานอยู่ไหม?
แหล่งที่มา
แหล่งที่มา
- 1 —
