Skin in the Game: ทำไมต้องมีส่วนได้ส่วนเสีย
บทเรียนจาก Nassim Taleb เรื่องความรับผิดชอบ
TL;DR
Nassim Taleb สอนว่าอย่าฟังคำแนะนำจากคนที่ไม่ได้รับผลกระทบจากคำแนะนำนั้น เพราะคนที่ไม่มีอะไรเสียก็ไม่มีแรงจูงใจที่จะคิดดีๆ ก่อนพูด ระบบที่ดีต้องทำให้คนที่ตัดสินใจรับผลของการตัดสินใจด้วย Skin in the game ก็คือถ้าผิดพลาดต้องเจ็บ และถ้าถูกต้องได้รางวัล นี่คือหลักการพื้นฐานของความยุติธรรมและความน่าเชื่อถือ
Nassim Taleb ผู้เขียน Black Swan และ Antifragile เขียนเรื่อง Skin in the Game เพื่ออธิบายว่าทำไมความรับผิดชอบถึงสำคัญมากในทุกระดับของสังคม
Skin in the Game คืออะไร
คำนิยามง่ายๆ:
มีส่วนได้ส่วนเสียในผลลัพธ์ของสิ่งที่ตัวเองทำหรือแนะนำ
ลองดูตัวอย่างสิ:
- นักลงทุนที่ลงเงินตัวเองในบริษัทที่แนะนำ มี skin in the game
- นักวิเคราะห์ที่แนะนำหุ้นแต่ไม่ได้ซื้อเอง ไม่มี skin in the game
- หมอที่ยอมผ่าตัดเดียวกันให้ลูกตัวเอง มี skin in the game
- ที่ปรึกษาที่ให้คำแนะนำแต่ไม่ได้รับผลกระทบ ไม่มี skin in the game
ทำไม Skin in the Game ถึงสำคัญ
1. คัดกรองคำแนะนำที่ดี
คนที่มี skin in the game จะระวังมากกว่า เพราะถ้าผิดพลาดเขาก็เจ็บด้วย
ส่วนคนที่ไม่มี skin in the game นะ อาจให้คำแนะนำที่ฟังดูดี แต่ไม่ได้คิดถึงผลกระทบจริงๆ เพราะไม่ได้รับผลกระทบเอง
2. ทำให้ระบบแข็งแรง
Taleb บอกว่าระบบที่ไม่มี skin in the game จะอ่อนแอลงเรื่อยๆ
ลองดูตัวอย่าง banker ที่ได้ bonus ถ้าทำกำไร แต่ไม่ต้องคืนถ้าขาดทุน พวกเขาก็มีแรงจูงใจเสี่ยงเกินไป แล้วก็เกิดวิกฤตการเงิน 2008
3. สร้างความไว้วางใจ
เมื่อคนรู้ว่าคุณมี skin in the game พวกเขาก็ไว้ใจคุณมากขึ้น เพราะรู้ว่าคุณจะระวังเหมือนที่ระวังเรื่องของตัวเอง
ตัวอย่างในชีวิตจริง
ไม่มี Skin in the Game
| คน | ปัญหา |
|---|---|
| นักการเมืองที่ส่งลูกคนอื่นไปรบ | ไม่ได้รับผลกระทบจากการตัดสินใจ |
| CEO ที่ได้ bonus ไม่ว่าผลงานจะเป็นอย่างไร | ไม่มีแรงจูงใจทำดี |
| ที่ปรึกษาที่คิดค่าที่ปรึกษาตายตัว | ไม่แคร์ว่าคำแนะนำจะได้ผลหรือไม่ |
มี Skin in the Game
| คน | ทำไมดีกว่า |
|---|---|
| ผู้ประกอบการที่ลงทุนเงินตัวเอง | ถ้าพลาดก็เจ็บเอง |
| หมอที่ยอมทำเหมือนกันกับครอบครัว | พิสูจน์ว่าเชื่อในคำแนะนำตัวเอง |
| Founder ที่ถือหุ้นมากที่สุด | ผลประโยชน์ตรงกับบริษัท |
กฎของ Taleb
1. อย่าฟังคนที่ไม่ได้รับผลกระทบ
ถ้าใครให้คำแนะนำแต่ไม่ได้รับผลกระทบจากคำแนะนำนั้น ให้ระวังไว้เลย
ถามตัวเองว่า: "คนนี้จะเจ็บไหมถ้าคำแนะนำผิด?"
2. ผู้ที่ให้คำแนะนำควรรับผลด้วย
ระบบที่ดีต้องทำให้คนที่ตัดสินใจกินผลการตัดสินใจด้วย
ลองดูตัวอย่างที่น่าสนใจสิ ในสมัยโบราณ วิศวกรที่สร้างสะพานต้องนอนใต้สะพานคืนแรกที่เปิดใช้ นี่แหละคือ skin in the game แบบดั้งเดิม
3. Symmetry คือความยุติธรรม
- ได้กำไรก็ควรรับความเสี่ยงด้วย
- ให้คำแนะนำก็ควรรับผิดชอบถ้าผิด
ไม่มี symmetry ก็ไม่มีความยุติธรรม
วิธีใช้ในชีวิตจริง
เมื่อรับคำแนะนำ
ถามตัวเองสามคำถามนี้:
- คนนี้มี skin in the game ไหม?
- เขาจะเจ็บไหมถ้าผิด?
- ผลประโยชน์ของเขาตรงกับของเราไหม?
เมื่อให้คำแนะนำ
- ลงทุนในสิ่งที่แนะนำถ้าเป็นไปได้
- พูดชัดว่ามี skin in the game หรือไม่
- รับผิดชอบถ้าผิดพลาด
เมื่อเลือกคนทำงานด้วย
- เลือกคนที่มี ownership
- ออกแบบ incentive ให้ตรงกับผลลัพธ์ที่ต้องการ
- หลีกเลี่ยงคนที่ได้เฉพาะ upside ไม่ได้รับ downside
บริบทไทย
ในไทยมีคำว่ามีส่วนได้ส่วนเสียอยู่แล้ว แต่หลายครั้งเรายังให้ค่ากับคำแนะนำจากคนที่ไม่ได้รับผลกระทบ
ลองคิดดูสิ:
- ผู้เชี่ยวชาญที่ไม่ได้ทำธุรกิจเอง
- ที่ปรึกษาที่ได้เงินไม่ว่าจะแนะนำถูกหรือผิด
- คนที่วิจารณ์แต่ไม่ได้ลงมือทำ
เราควรถามตัวเองบ่อยๆ ว่า คนที่กำลังให้คำแนะนำเรามี skin in the game ไหม?
Taleb บอกว่า: อย่าฟัง critic ที่ไม่มี skin in the game
สรุป
- Skin in the game คือมีส่วนได้ส่วนเสียในผลลัพธ์
- คำแนะนำจากคนที่มี skin in the game มีค่ากว่า
- ระบบที่ดีต้องทำให้คนที่ตัดสินใจรับผลด้วย
- ถามเสมอว่า คนนี้จะเจ็บไหมถ้าผิด?
ครั้งหน้าที่มีคนให้คำแนะนำคุณ ลองถามคำถามนี้ดู แล้วคุณจะรู้ว่าควรฟังมากแค่ไหน
แหล่งที่มา
- Skin in the Game by Nassim Nicholas Taleb
แปลและเรียบเรียงโดย Thai Idea Pot
ถ้าชอบบทความนี้ กด Subscribe เพื่อรับบทความใหม่ทุกสัปดาห์
แหล่งที่มา
- 1 —
