How to Get Rich (Without Getting Lucky)

How to Get Rich (Without Getting Lucky)

How to Get Rich (Without Getting Lucky)

How to Get Rich (Without Getting Lucky)

สรุป Thread ระดับตำนานของ Naval Ravikant

TL;DR

Naval Ravikant สอนว่าความมั่งคั่งที่แท้จริงคือทรัพย์สินที่ทำเงินให้คุณขณะนอนหลับ ไม่ใช่แค่เงินเดือน วิธีสร้างความมั่งคั่งก็คือการใช้ Leverage สามแบบ ได้แก่ แรงงาน เงินทุน และสินค้าที่ทำซ้ำได้อย่าง code หรือ media โดยเฉพาะสองอย่างหลังนี่แหละที่คนธรรมดาอย่างเราใช้ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตใคร แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องสร้าง Specific Knowledge ความรู้เฉพาะทางที่คนอื่นไม่สามารถ train หรือ copy ได้ง่ายๆ

ในปี 2018 Naval Ravikant ผู้ก่อตั้ง AngelList tweet thread หนึ่งออกมา แล้วมันก็กลายเป็นหนึ่งใน thread ที่ influential ที่สุดในประวัติศาสตร์ Twitter เลย

แล้วมันพูดเรื่องอะไรนะ?

ความมั่งคั่ง ไม่เท่ากับ เงิน ไม่เท่ากับ Status

Naval แยกสามอย่างนี้ชัดเจนมาก:

  • เงิน (Money): เครื่องมือแลกเปลี่ยน ใช้แล้วหมด
  • ความมั่งคั่ง (Wealth): ทรัพย์สินที่ทำเงินให้คุณขณะนอนหลับ
  • Status: ตำแหน่งของคุณในลำดับชั้นสังคม

"หา Wealth ไม่ใช่ Status. Status เป็นเกม zero-sum."

ลองคิดดูนะ ถ้าคุณเล่นเกม Status ชนะของคุณก็ต้องเป็นแพ้ของคนอื่น แต่ถ้าคุณเล่นเกม Wealth ทุกคนชนะได้พร้อมกันเลย

คุณอยากเล่นเกมไหนล่ะ?

Specific Knowledge

นี่คือ concept ที่สำคัญที่สุดของ thread เลยนะ

Specific Knowledge คือความรู้ที่:

  • เรียนจากโรงเรียนไม่ได้
  • ถ้าสอนได้ง่าย คนก็จะ train AI หรือ outsource ได้แล้ว
  • มักจะพบโดยการทำตามความอยากรู้ ไม่ใช่ทำตามสิ่งที่กำลัง hot

ลองดูตัวอย่างสิ:

  • การอ่านคนในการเจรจา
  • ความเข้าใจลึกในอุตสาหกรรมเฉพาะที่สะสมมาหลายปี
  • ทักษะที่ผสมกันอย่างหายาก เช่น sales + engineering

"สร้าง Specific Knowledge โดยทำตามความอยากรู้ ไม่ใช่ทำตามสิ่งที่ hot"

Leverage 3 แบบ

Naval บอกว่าความมั่งคั่งต้องการ leverage ซึ่งก็คือความสามารถในการขยายผลลัพธ์จากการทำงานของคุณ

1. แรงงาน (Labor)

  • จ้างคนมาทำงานให้
  • เก่าแก่ที่สุด แต่ก็ยากที่สุดในการจัดการเหมือนกัน
  • ต้องใช้ทักษะ leadership

2. เงินทุน (Capital)

  • ใช้เงินทำเงิน
  • แต่ต้องมีชื่อเสียงที่ดีก่อนคนถึงจะให้เงินมา
  • เป็น Permissioned leverage ต้องขออนุญาตคนอื่นก่อน

3. สินค้าที่ทำซ้ำได้ (Products with Zero Marginal Cost)

  • Code และ Media
  • Permissionless leverage ไม่ต้องขออนุญาตใครเลย
  • สร้างครั้งเดียว ขายได้ไม่จำกัด

"Code และ Media คือ leverage ของคนยุคใหม่ ใช้ได้ทุกคน ไม่ต้องขออนุญาต"

นี่แหละคือทำไมคนธรรมดาในยุคนี้ถึงรวยได้ ไม่ต้องมีเงินทุน ไม่ต้องมีคอนเนคชั่น แค่มี laptop กับอินเทอร์เน็ตก็เริ่มสร้าง leverage ได้แล้ว

Accountability

Naval เน้นว่าต้องรับผิดชอบ (Accountability) ถึงจะได้ equity และ leverage

"ใช้ชื่อจริงทำธุรกิจ เอาชื่อเสียงไปเสี่ยง สังคมจะให้ equity และ leverage ตอบแทน"

ทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะ?

คนที่ไม่กล้าเสี่ยงชื่อเสียงก็ได้แค่ค่าจ้างรายชั่วโมง แต่คนที่กล้าเสี่ยงก็ได้ upside ไม่จำกัด

ทำงานหนัก แต่เลือกงานให้ดี

Naval ไม่ได้บอกว่าอย่าทำงานหนักนะ

"ทำงานหนักอย่างบ้าคลั่ง แต่เลือกคน เลือกงาน และเลือกโปรเจกต์ให้ดี"

ทำงานหนักกับคนผิดก็เสียเวลา แต่ทำงานหนักกับสิ่งที่ถูกก็รวย

ความแตกต่างอยู่ที่การเลือก ไม่ใช่ความขยัน

Judgment สำคัญกว่า Effort

เมื่อ leverage สูง การตัดสินใจก็สำคัญกว่าความขยันมาก

"ในโลกที่มี leverage สูง judgment สำคัญกว่า effort"

คนที่ตัดสินใจถูก 1 ครั้งกับ leverage สูง มีค่ามากกว่าคนที่ทำงานหนักทั้งชีวิตโดยไม่มี leverage เสียอีก

เล่นเกมระยะยาว

"เล่นเกมระยะยาวกับคนระยะยาว"

ความสัมพันธ์ที่ยาวนานสร้าง trust และ trust ก็ทำให้ deal ง่ายขึ้น พอ deal ง่ายขึ้นก็รวยเร็วขึ้น

มันเป็น virtuous cycle นะ

บริบทไทย

ในไทยที่หลายคนยังติดอยู่กับการแลกเวลากับเงิน thread นี้เปิดทางเลือกใหม่ให้เลย

ลองคิดดูสิ คนไทยหลายคนทำงานหนักมาก แต่ทำแบบไม่มี leverage รายได้ก็เลยจำกัดอยู่แค่จำนวนชั่วโมงที่ทำงานได้

ถ้าอยากหลุดจากวงจรนี้ ลองทำสามอย่างนี้ดู:

  1. สร้าง Specific Knowledge อย่าแข่งในสิ่งที่ train ได้ง่าย
  2. ใช้ Code/Media เป็น leverage ไม่ต้องขออนุญาต ไม่ต้องมีเงินทุน
  3. รับผิดชอบด้วยชื่อจริง สร้าง personal brand ที่คนไว้ใจ

สรุป

  1. หา Wealth ไม่ใช่ Status
  2. สร้าง Specific Knowledge
  3. ใช้ Leverage โดยเฉพาะ Code/Media
  4. รับผิดชอบด้วยชื่อจริง
  5. เล่นเกมระยะยาว

Thread นี้เขียนมาตั้งแต่ปี 2018 แต่หลักการยังใช้ได้อยู่เลย เพราะมันพูดถึงความจริงพื้นฐานของการสร้างความมั่งคั่ง ไม่ใช่ trend หรือ hack ชั่วคราว

แหล่งที่มา

แปลและเรียบเรียงโดย Thai Idea Pot

ถ้าชอบบทความนี้ กด Subscribe เพื่อรับบทความใหม่ทุกสัปดาห์

แหล่งที่มา

  • 1