วิธีจ้างทีมโดยไม่ให้ธุรกิจล้มละลาย

การจ้างคนเยอะไม่ใช่คำตอบ แต่การจ้างคนที่ใช่ต่างหากที่จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้

วิธีจ้างทีมโดยไม่ให้ธุรกิจล้มละลาย

วิธีจ้างทีมโดยไม่ให้ธุรกิจล้มละลาย

TL;DR

  • การจ้างคนเยอะไม่ใช่คำตอบ แต่การจ้างคนที่ใช่ต่างหากที่จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้
  • ค่าใช้จ่ายที่แท้จริงของการจ้างคนไม่ใช่เงินเดือน แต่เป็น management overhead ที่เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ
  • ต้องมีวิสัยทัศน์ชัดเจนก่อนจ้าง คัดเลือกอย่างเข้มงวด และเตรียมใจรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทีม

แนวคิดหลัก

หลายคนคิดว่าการจ้างคนเยอะๆ จะทำให้ธุรกิจเติบโตเร็วขึ้น แต่ความจริงแล้วมันเป็นกับดักที่อันตรายมาก การจ้างคนไม่ใช่เรื่องของการเพิ่มจำนวน แต่เป็นเรื่องของการเลือกคนที่ถูกต้อง ในเวลาที่ถูกต้อง ด้วยเหตุผลที่ถูกต้อง

จริงๆ แล้วถ้าทำได้ก็อย่าจ้างทีมเลย หรือถ้าจำเป็นต้องจ้างก็ให้จ้างน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะทุกคนที่เข้ามาในทีมจะสร้างความซับซ้อนให้กับองค์กร และในท้ายที่สุดทุกคนก็จะออกไปอยู่ดี การเตรียมตัวรับมือกับความเป็นจริงนี้จะช่วยให้เราวางแผนได้ดีกว่า

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

เมื่อทีมมีขนาดเล็ก การประสานงานจะง่ายกว่ามาก แต่เมื่อเพิ่มคนเข้าไป ความซับซ้อนในการสื่อสารจะเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ ถ้าทีมมี 3 คน จะมีช่องทางการสื่อสาร 3 ช่องทาง แต่ถ้าเพิ่มเป็น 6 คน จะกลายเป็น 15 ช่องทาง นี่คือเหตุผลที่ทีมใหญ่มักจะช้าลงและมีปัญหามากขึ้น

ปัญหาใหญ่อีกอย่างคือคนเก่งหาได้ยาก ยิ่งจ้างคนเยอะยิ่งต้องลดมาตรฐานลง เพราะไม่มีคนเก่งเพียงพอให้จ้าง ผลที่ตามมาคือได้คนที่ไม่เหมาะสม ซึ่งจะสร้างปัญหามากกว่าแก้ปัญหา การคัดเลือกที่เข้มงวดตั้งแต่แรกจะช่วยประหยัดเวลาและพลังงานในอนาคตได้มาก

วิสัยทัศน์ที่ชัดเจนก็สำคัญมาก เพราะมันจะช่วยกรองคนที่เข้ากันได้กับองค์กร คนที่มีวิสัยทัศน์ไปคนละทิศทางจะสร้างความขัดแย้งภายในทีม ทำให้พลังงานไปใช้กับการต่อสู้กันเองแทนที่จะไปแก้ปัญหาของลูกค้า

ตัวอย่างในชีวิตจริง

แทนที่จะรีบจ้างทีม 10 คนมาทำงานประจำ ลองหา contractor ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาทำงานระยะสั้นดูก่อน เช่น ถ้าต้องการพัฒนาแอป ก็หา freelancer ที่เก่งมาทำให้เสร็จ แล้วค่อยคิดว่าจะจ้างคนประจำหรือเปล่า วิธีนี้จะช่วยให้เราเรียนรู้ว่าจริงๆ แล้วต้องการคนแบบไหนกันแน่

เวลาสัมภาษณ์ อย่าแค่ถามคำถามทั่วไป ให้ผู้สมัครทำงานจริงๆ แล้วถามตัวเองว่า "ถ้าได้งานแบบนี้จริงๆ เราจะพอใจไหม" การทดสอบแบบนี้จะเห็นความสามารถจริงมากกว่าการพูดคุยธรรมดา

การสร้างทีมก็เหมือนการสร้างเด็ค Magic การ์ด ต้องมีการ์ดที่เสริมกันและกัน ไม่ใช่เก็บแต่การ์ดแรงๆ มาเท่านั้น บางทีการ์ดที่ดูธรรมดาแต่เข้ากันได้ดีกับทีม อาจจะมีค่ามากกว่าการ์ดที่แรงแต่ไม่เข้ากับกลยุทธ์

ในบริษัทไทยเราเจอปัญหานี้บ่อยมาก คือจ้างคนเก่งมาแล้วไม่มีงานให้ทำที่เหมาะสม หรือจ้างหลายคนมาทำงานที่คนเดียวก็พอทำได้ ผลที่ตามมาคือคนเก่งเบื่อแล้วลาออกไป ส่วนงานก็ไม่ได้ดีขึ้น

บริบทไทย

ในวัฒนธรรมธุรกิจไทย เราชอบมองว่าทีมใหญ่แปลว่าบริษัทประสบความสำเร็จ มีออฟฟิศใหญ่ มีคนเยอะ ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง แต่แนวคิดนี้อาจจะล้าสมัยแล้วในยุคที่ทรัพยากรมีจำกัดและการแข่งขันสูง

สตาร์ทอัพไทยโดยเฉพาะควรคิดใหม่ เพราะเราไม่มีทุนเหลือเฟือเหมือนบริษัทใหญ่ การจ้างคนแบบมีสติ โดยเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ จะช่วยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่เติบโตเร็วแล้วล้มเร็วตาม

ปัญหาอีกอย่างในบริบทไทยคือเรื่องหน้า หลายครั้งเราไม่กล้าไล่คนที่ไม่เหมาะสมออกไป เพราะกลัวว่าจะดูใจร้าย หรือกลัวว่าคนอื่นจะนินทา แต่การปล่อยให้คนที่ไม่เหมาะสมอยู่ต่อไป จะทำร้ายทั้งทีมและธุรกิจในระยะยาว

การเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยมีแผนชัดเจนและสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา จะช่วยให้ทุกฝ่ายเข้าใจและปรับตัวได้ดีกว่า นี่คือวิธีที่เหมาะกับวัฒนธรรมไทยที่ชอบความนุ่มนวล แต่ก็ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ

ข้อควรระวัง

แน่นอนว่าแนวคิดนี้ไม่เหมาะกับทุกสถานการณ์ บางธุรกิจอาจต้องการ scale เร็วจริงๆ เช่น ธุรกิจที่ต้องแย่งตลาดกับคู่แข่งใหญ่ หรือธุรกิจที่มีโอกาสในช่วงเวลาสั้นๆ ในกรณีแบบนี้ การจ้างคนเยอะอาจจะจำเป็น

การใช้ contractor ก็มีข้อจำกัด โดยเฉพาะงานที่ต้องการความต่อเนื่อง หรืองานที่ต้องการความเข้าใจลึกในธุรกิจ บางครั้ง contractor อาจจะทำงานเสร็จแล้วก็หายไป ทิ้งปัญหาให้ทีมภายในแก้ไข

การคัดเลือกเข้มงวดเกินไปก็อาจจะเป็นปัญหาได้ เพราะอาจทำให้เสียโอกาสได้คนดีที่ยังไม่ได้พิสูจน์ตัวเอง หรือคนที่มีศักยภาพแต่ยังขาดประสบการณ์ บางครั้งการให้โอกาสและพัฒนาคนก็คุ้มค่า

วิสัยทัศน์ที่แข็งเกินไปอาจทำให้ไม่ยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงเร็ว การยึดติดกับแผนเดิมอาจทำให้พลาดโอกาสใหม่ๆ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือการจ้างคนเพราะเงินเดือนถูก โดยไม่คิดถึงต้นทุนการจัดการที่ตามมา หรือการจ้างคนมาแล้วไม่รู้จะให้ทำอะไร ปล่อยให้นั่งเฉยๆ จนกลายเป็นภาระของบริษัท

ที่แย่ที่สุดคือการคิดว่าจ้างคนเก่งมาแล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเอง โดยไม่ต้องจัดการอะไรเลย หรือการปล่อยให้คนที่ไม่เหมาะสมอยู่ต่อเพราะไม่อยากเผชิญหน้ากับความจริง สิ่งเหล่านี้จะค่อยๆ ทำลายทีมและธุรกิจในระยะยาว

แหล่งที่มา

คำศัพท์วันนี้

desiderata/dih-SID-uh-rah-tuh/

สิ่งที่ต้องการ, เกณฑ์ที่ปรารถนา

things that are wanted or needed; essential requirements or criteria

When hiring employees, companies should include cultural fit as one of their key desiderata.