วิธีทำงานที่ยิ่งใหญ่

วิธีทำงานที่ยิ่งใหญ่

วิธีทำงานที่ยิ่งใหญ่

วิธีทำงานที่ยิ่งใหญ่

บทเรียนจาก Paul Graham เรื่องการสร้างผลงานระดับโลก

TL;DR

งานที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้เกิดจากแผนที่สมบูรณ์แบบหรอกนะ มันเกิดจาก 4 ขั้นตอนง่ายๆ คือ เลือกสาขาที่ใช่ก่อน แล้วก็เรียนจนถึงขอบเขตความรู้ จากนั้นสังเกตช่องว่างที่คนอื่นมองข้าม แล้วสำรวจสิ่งที่มีแนวโน้มดี กุญแจสำคัญที่สุดก็คือความอยากรู้อยากเห็น เพราะมันทำหน้าที่ทั้งเป็นแรงจูงใจและเข็มทิศ อย่าวางแผนใหญ่โตนะ เริ่มเล็กๆ ก่อนดีกว่า เพราะงานยิ่งใหญ่เกือบทุกชิ้นก็สร้างจากเวอร์ชันเล็กๆ หลายรอบนั่นแหละ

ถ้าคุณอยากทำงานที่ยิ่งใหญ่สักชิ้น งานระดับที่คนจะจดจำน่ะ Paul Graham บอกว่ามันมี 4 ขั้นตอน:

  1. เลือกสาขาที่ตรงกับความถนัดและความสนใจลึกๆ ของคุณ
  2. เรียนรู้จนถึง "ขอบเขตความรู้" ของสาขานั้น
  3. สังเกตช่องว่างที่คนอื่นมองข้าม
  4. สำรวจช่องว่างที่ดูมีแนวโน้มดีที่สุด

ฟังดูง่ายใช่ไหม? แต่แต่ละขั้นตอนก็มีความซับซ้อนในตัวเองเลยล่ะ

ความอยากรู้คือทุกอย่าง

Graham เน้นเลยว่า "ความอยากรู้อยากเห็นคือกุญแจของทั้ง 4 ขั้นตอน"

คนที่ประสบความสำเร็จไม่ได้ทำตามแผนที่วางไว้อย่างเคร่งครัดหรอกนะ พวกเขารักษา "ความอยากรู้แบบตื่นเต้น" ไว้ มันก็เลยทำหน้าที่ทั้งเป็นแรงจูงใจและเข็มทิศนำทางไปพร้อมกัน

ลองถามตัวเองดูสิ ตอนนี้คุณรู้สึกอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับงานที่ทำอยู่ไหม? ถ้าไม่ นั่นก็อาจเป็นสัญญาณว่าคุณอยู่ผิดที่แล้วนะ

ความสนใจ > ความดัง

Graham เตือนไว้ว่าอย่าเลือกปัญหาที่ "ดูดี" หรือกำลังเป็นที่นิยม

ให้เลือกงานที่ทำให้คุณตื่นเต้นจริงๆ แทนดีกว่า

ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น? ก็เพราะว่าถ้าคุณสร้างสิ่งที่ตัวเองอยากได้ คุณก็จะมี engagement ตามธรรมชาติ แถมโอกาสก็สูงว่าจะมีคนอื่นที่มีรสนิยมคล้ายคุณที่อยากได้เหมือนกันด้วย

ทำงานหนัก แต่ไม่ใช่ตลอดเวลา

ความพยายามสำคัญมากเลยนะ แต่การทำงานหนักเกินไปก็ให้ผลตอบแทนที่ลดลง

งานบางประเภทที่ต้องใช้สมองหนักๆ น่ะ ทำได้จริงแค่ 4-5 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้นแหละ

แล้วอะไรช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้บ้างล่ะ?

  • เพื่อนร่วมงานที่ดี
  • พักผ่อนให้พอ
  • ออกกำลังกาย
  • หยุดพักเป็นระยะ

ศัตรูตัวจริง: การผัดวันประกันพรุ่งระดับโปรเจกต์

Graham แยกการผัดวันประกันพรุ่งออกเป็น 2 ระดับ:

  1. ระดับวัน คือไม่ทำงานวันนี้
  2. ระดับโปรเจกต์ คือไม่เริ่มโปรเจกต์ที่ควรทำ

อันที่สองนี่อันตรายกว่ามากเลยนะ เพราะมันปลอมตัวเป็น "งานอื่นที่ productive" ได้ดีมาก

คุณอาจยุ่งทั้งวัน แต่จริงๆ แล้วก็กำลังหลีกเลี่ยงสิ่งที่สำคัญที่สุดอยู่นั่นแหละ เคยเป็นแบบนี้บ้างไหม?

เริ่มเล็ก ทำซ้ำ ปรับปรุง

อย่าวางแผนใหญ่โตก่อนลงมือนะ

"งานที่ยิ่งใหญ่เกือบทุกชิ้นก็สร้างจากเวอร์ชันเล็กๆ หลายรอบนั่นแหละ"

เริ่มด้วย minimum viable version ก่อน แล้วค่อยพัฒนาจาก feedback และการเรียนรู้ทีละนิด

ความล้มเหลวคือส่วนหนึ่งของกระบวนการ

การเสี่ยงสำคัญมาก โดยเฉพาะตอนยังอายุน้อยนะ เพราะคุณรับความล้มเหลวได้

Graham แนะนำให้มองความล้มเหลวเป็นส่วนปกติของการแก้ปัญหา ไม่ใช่จุดจบ

ทุกคนที่ทำงานยิ่งใหญ่ก็เคยล้มเหลวมาก่อนทั้งนั้นแหละ แต่พวกเขาไม่หยุดสิ

คุณสมบัติที่สำคัญ: ความจริงจังแบบไม่เสแสร้ง

Graham ใช้คำว่า "earnestness" คือความจริงจังที่รวมเอาความซื่อสัตย์ทางปัญญา ความไม่เป็นทางการ และการไม่พยายามทำให้ตัวเองดูดีเข้าไว้ด้วยกัน

เขาบอกว่าการเป็น "nerd" มีข้อดีนะ เพราะคุณโฟกัสพลังงานไปที่งาน ไม่ใช่ภาพลักษณ์

สรุป

งานที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้เกิดจากแผนการที่สมบูรณ์แบบหรอก มันเกิดจากการเริ่มลงมือ รักษาความอยากรู้ไว้ แล้วก็ไม่หยุดพัฒนา

ไม่มีใครบังคับให้คุณทำงานยิ่งใหญ่ได้ มันเป็นทางเลือก

แต่ถ้าคุณเลือกที่จะทำ Graham บอกว่ามันคุ้มค่า และคุณจะไม่เสียใจที่ลองดู

แหล่งที่มา

แปลและเรียบเรียงโดย Thai Idea Pot

ถ้าชอบบทความนี้ กด Subscribe เพื่อรับบทความใหม่ทุกสัปดาห์

แหล่งที่มา

  • 1